ทำไมนกเขาจึงไม่ขัน

ทำไมนกเขาจึงไม่ขัน
ทำไมนกเขาจึงไม่ขัน
ทำไมนกเขาจึงไม่ขัน

สถาบันสุขภาพแห่งชาติ National Institutes of Health (NIH) ของสหรัฐอเมริกา เคยมีการรวบรวมข้อมูลและพบว่า มากกว่า 30 ล้านคนของชายชาวอเมริกัน อยู่ในภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction หรือ ED โดยเกือบครึ่งหนึ่งของชายที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป มักตกอยู่ในภาวะดังกล่าว

 

หลายคนคงเคยได้ยินคำเปรียบเปรยแบบไทยๆที่ว่า ‘นกเขาไม่ขัน’ หรือบางทีก็ ‘อ่อนปวกเปียก’ ซึ่งหมายถึง ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ นั่นเอง ภาวะดังกล่าวจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในความอ่อนแอของร่างกาย อธิบายต่อไปก็คือ การที่อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว หรือแข็งระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับใช้สอดใส่เพื่อการมีเพศสัมพันธ์ได้ ในบางตำรายังอาจรวมถึง การลดลงของความต้องการทางเพศ หมดความใคร่ ไร้อารมณ์เพศด้วย

 

ผู้ชายหลายคนอาจตกอยู่ในภาวะ ED โดยอาจมีสาเหตุมาจากสภาวะจิตใจ ความเหนื่อยล้า วิตกกังวล ความเครียด โรคภัยต่างๆ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับคู่นอน การวินิจฉัยและสรุปภาวะดังกล่าว แพทย์อาจใช้เวลาตั้งแต่เพียงไม่กี่นาที หรือเป็นสัปดาห์ หรืออาจหลายเดือน

 

ด้านการรักษาผู้ป่วยภาวะ ED นั้น แพทย์อาจเริ่มด้วยการใช้ยา ซึ่งมีทั้งยารับประทานและยาฉีด ไปจนถึงการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ อาทิ สิ่งเทียมอวัยวะเพศ ปั๊มสุญญากาศ เป็นต้น นอกจากนั้น การผ่าตัดยังอาจเป็นอีกวิธีที่แพทย์เลือกใช้ แต่ก็มีงานวิจัยพบว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถบำบัดได้ด้วยวิธีการธรรมชาติเช่นกัน

 

สาเหตุการเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ความเสี่ยงของการเข้าสู่ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ล้วนเกี่ยวข้องกับหลายระบบของร่างกาย อาทิ ระบบประสาท สมอง หลอดเลือด ฮอร์โมน รวมถึงกล้ามเนื้อต่างๆ เป็นต้น หากมีปัญหาใดๆกับระบบดังกล่าวด้วยองค์ประกอบที่ลงตัว อาจเป็นผลให้เกิดภาวะ ED ในผู้ชายได้ นอกจากนั้นโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคต่อมลูกหมากโต โรคพาร์กินสัน อาการเส้นเลือดตีบ ความอ้วน การติดเหล้าหรือบุหรี่ ก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน

 

สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น มีผลการศึกษาวิจัยพบว่า เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สามารถนำเข้าสู่ภาวะ ED ได้เช่นกัน โดยราว 72 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดสุรา มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งอาจรวมถึงภาวะ PE หรือ Premature Ejaculation หรือก็คือ ภาวะหลั่งเร็ว ได้ด้วย

 

การรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

แพทย์อาจเริ่มด้วยการใช้ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ อาทิ Viagra, Levitra, Cialis เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังอวัยวะเพศชาย แต่หลังได้รับยากลุ่มนี้ ผู้ป่วยมักได้รับผลข้างเคียงตามด้วย เช่น หน้าแดง ปวดหัว เวียนหัว ปวดท้อง คัดจมูก เป็นต้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน หรือความดันโลหิต ไม่ควรใช้ยาดังกล่าวอย่างยิ่ง

 

นอกจากการรับประทานยา ยังอาจใช้วิธีอื่น อาทิ การฉีดเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย การฉีดกระตุ้นเพื่อให้อวัยวะเพศแข็งตัว เป็นต้น แต่ก็มีผลข้างเคียงตามมาเช่นกัน อาทิ มีการขยายตัวของเต้านม มีสิวขึ้น เกิดแผล มีอาการระคายเคืองหรือเจ็บปวดในอวัยวะเพศ เป็นต้น

 

นอกจากนั้น วิธีการตามธรรมชาติ หรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต เช่น ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร เลิกดื่มเหล้า/สูบบุหรี่ ก็เป็นวิธีที่อาจช่วยหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายได้อีกทางหนึ่ง

Share